การเลือกใช้แผนการตลาด


**การเลือกใช้แผนการตลาดขายตรง ให้เหมาะกับเจ้าของกิจการ ต้นทุนสินค้าและอุปนิสัยของสมาชิกขายตรง มีหลักเกณฑ์..?


การเลือกใช้แผนการตลาดที่ตรงใจเจ้าของกิจการ มีข้อที่ควร ต้องพิจารณา ดังนี้ .-

1. พิจารณาจะลักษณะของแผนการตลาดในแบบต่างๆ ว่า แบบไหนตรงใจกับเจ้าของกิจการมากที่สุด เช่น..

      1.1  แผนการตลาดแบบไบนารี่ ไตรนารี่ และวีค-สตรองค์  เหมาะกับ ยุคสมัยใหม่ในปัจจุบันนี้มากๆ เพราะมีการจ่ายผลตอบแทนแบบรวดเร็วมาก เช่น มีทั้งการคำนวณแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน  ใน 3 ลักษณะในแผนเดียวกัน

     ทำให้บริษัทฯ รวมทั้งแม่ทีมและสมาชิก มีเงินหมุนเวียนในการทำธุรกิจอย่างรวดเร็วทันใจ โดยเฉพาะสมาชิกที่ตั้งใจทำงานแบบทุ่มเท กับแผนการตลาดแนวแบบนี้ จะมีเงินทองหมุนเวียนคล่องตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันแผนการตลาดแนวนี้ เป็นที่นิยมกันสูงสุด สำหรับบริษัทน้องใหม่ ที่เข้ามาในวงการธุรกิจขายตรงกันมาก จัดกว่า เป็นอันดับ 1 ในปัจจุบันนี้ ทีเดียว 

ในเมื่อมีข้อดีแล้วก็ย่อมมีข้อเสีย: (เป็นธรรมดา)

      -  ทางบริษัทฯ ที่ใช้แผนการตลาดแนวนี้(ไบนารี่ ไตรนารี่ และวีค-สตรองค์) ในการดำเนินกิจการ ผู้ประกอบการจะต้องเหนื่อยมาก กับการจัดงานประชุมในที่ต่างๆ แบบถี่มากๆ ทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งอ๊อฟฟิตภายในบริษัทก็จะมีเหล่าแม่ทีมส่วนมากก็จะมานั่งปักหลักเพื่อรอรีคูสสมาชิกใหม่ๆ กันแบบเนื่องแน่น ก็ต้องมีรายจ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นมานอกแผนงานอีกมาก  เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากาแฟ ค่าน้ำดื่ม ค่าแม่บ้านทำความสะอาดพื้นในที่อ๊อฟฟิต ค่าทำความสะอาดห้องสุขา ฯลฯ อีกจิปาถะ ทำให้มีค่าใช้จ่ายนอกแผนการตลาดเพิ่มจากแผนการจ่ายที่มากกว่าปกติขึ้นอีกมากเลยทีเดียว

      -  ถึงแม้แผนการตลาดแนวนี้ จะดูดีมากก็จริงอยู่ ดังนั้นเวลาที่บริษัทที่จะเปิดกิจการด้วยแผนแนวนี้ขึ้นมาในภายหลังๆ ก็จะเน้นการแข่งขั้นกันด้วยตัวแผนการตลาดเป็นหลักซะส่วนใหญ่ โดยมากก็จะแค่เอาแผนการตลาดแนวนี้มาก๊อปปี้แผนฯ กัน หรือมาปรับแต่งจุดดีจุดเด่นของแผนการตลาดที่ดีกว่า ที่แรงกว่า เพื่อมาแข่งเน้นที่ความแรงของแผนฯ กับบริษัทที่เปิดไปก่อนหน้าแล้ว เพื่อใช้ในการแย่งชิงแม่ทีมกันและดึงสมาชิกกัน โดยเน้นการพรีเซ้นลงไปที่ความแรงของแผนการตลาดแข่งขันกัน ก็จะสามารถดึงแม่ทีมและดึงสมาชิกที่จิตใจยังไม่ค่อยหนักแน่นได้อย่างง่ายดาย ก็เพียงแค่ใครคิดแผนการตลาดที่แรงกว่ากันแค่ไหนตรงจุดไหนที่ดีกว่ากันบ้าง ก็สามารถเอาชนะกันทางธุรกิจกันได้แล้ว ก็เท่านั้นเอง

      -  อาจมีปัญหาในเรื่องของความมั่นของบริษัทฯ ที่ชอบแผนการตลาดแนวนี้ จะมีโอกาสเสี่ยงในเรื่องความมั่นคงของบริษัทได้ง่าย เพราะหลายๆ บริษัทฯ ที่เปิดขึ้นใหม่ก็จะหาทางปรับแต่งแผนการตลาดแนวนี้ให้แรงให้จ่ายหนักขึ้นไปกว่าเดิมเรื่อยๆ เพื่อเอาชนะกันในเรื่องการจ่าย และตรงจุดนี้เพื่อใช้ดึงมวลสมาชิกแข่งขันกัน ด้วยคิดตัวเลขในการจ่ายเงินในแผนการจ่ายให้มากขึ้นๆ ไปอีก เพื่อแข่งขันกัน ทำให้บางบริษัทวันดีคืนดี ก็ยอดตกได้อย่างรวดเร็วหรืออาจถึงขั้นปิดตัวเองไปเลยก็มีให้เห็นกันบ่อยๆ ถ้าบริษัทฯ ไปไม่ค่อยมีกลยุทธปรับแก้แผนๆ เพื่อต่อสู้กัน หรือจัดโปรโมชั่นดีๆ แรงๆ ออกมาต่อสู้อย่างสม่ำเสมอ ก็อาจกลายเป็นบริษัทฯ ร้างได้เลยละ

      -  เป็นช่องทางหรือเป็นแหล่งที่อยู่ของแม่ทีมไร้คุณธรรมได้โดยง่าย หรือเป็นแหล่งหาเงินของนักบรรยายที่หัวเส ที่ชอบเอาแค่เรื่องรายได้และการสร้างภาพ(ความรำรวย) มานำหน้าในการพรีเซ้นแผนการตลาด เพื่อดึงสมาชิกใหม่ๆ เพียงแค่หวังให้รีบๆ มาเปิดรหัสด้วยเงินมากๆ และสร้างความรำรวยให้ตัวเองเป็นหลักโดยไม่สนใจเรื่องจรรยาบรรณในธุรกิจเลย (แต่.. แม่ทีมที่ดีๆ ในระบบก็มีอีกมากมายเยอะแยะนะ..จ๊ะ เพียง..แค่เตือนว่า..อาจๆๆ มีเรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นได้ในบางบริษัทฯ ที่เจ้าของบริษัทฯ ขาดการดูแลหรือปล่อยปะละเลยทางด้านคุณธรรม ก็เท่านั้น) ด้วยเหตุของการจ่ายเร็ว จ่ายแรง ของแผนการตลาดแนวทางนี้ นั่นเอง 

ข้อคิด: แผนการตลาดแบบไหนก็ดีทั้งนั้นแหละ เพราะตัวแผนการตลาดก็เป็นแค่วิธีการจ่ายเงินโบนัสให้กับสมาชิก ก็เท่านั้นเอง(แผนการตลาดมันไม่ได้มีชีวิต มันไม่สามารถทำร้ายใครได้หรอก) แต่ตัวบุคคลนี่แหละที่จะดี จะชั่ว ที่แตกต่างกันในด้านคุณธรรมและธรรมะ ที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์คนนั้นๆ เอง ที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และที่สำคัญอีกอย่างก็คือตัวเจ้าของกิจการนั่นเอง ที่ต้องค่อยควบคุมสมาชิกของท่าน และท่านอยากให้มวลสมาชิกของท่านกระทำพฤติกรรมเช่นไรละ กับธุรกิจในบริษัทฯ ของท่าน


      1.2  แผนการตลาดแบบขั้นบันไดหรือแบบสแตร์สเต๊ป  เป็นแผนการตลาดแบบดังเดิม ที่มีหลายๆ บริษัทนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ พบเห็นได้ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก ซึ่งจัดว่าเป็นแผนยอดนิยมเก่าแก่ดั่งเดิมเลยทีเดียว แผนการตลาดแนวนี้ นิยมคำนวณค่าผลประโยชน์หรือค่าคอมมิชชั่นแบบรายเดือน หรือเดือนละ 1 ครั้ง  ลักษณะของแผนการตลาด จะมีการสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนขึ้นไปสู่ตำแหน่งต่างๆ ซึ่งอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษในการเลื่อนตำแหน่ง หรือไม่มีก็ได้ ตามแต่บริษัทนั้นๆ จะออกกฎระเบียบขึ้นมา

     การเลื่อนตำแหน่งนั้น ก็มีทั้งแบบเลื่อนขึ้นแล้วก็ขึ้นอย่างถาวร หรือเลื่อนขึ้นแล้ว ก็ยังเลือนลงได้อีกเช่นกัน ตามเงื่อนไขที่บริษัทนั้นจะกำหนดขึ้นมาตามเห็นสมควร หรือบางบริษัทก็อาจจะมีเรื่องของตำแหน่งที่ชนกันแล้วให้มีการแยกทีมออกจากกัน แล้วให้ได้รับค่าบริหารทีมแทน การจ่ายค่าส่วนต่างระหว่างตำแหน่ง หรืออาจมีการเพิ่มเติมเรื่องกองทุนต่างๆ เข้าไปในแผนการตลาดอีกด้วยก็มี เช่น กองทุนผู้บริหาร กองทุนท่องเที่ยว กองทุนการศึกษาบุตร กองทุนหุ้นส่วนบริษัทพิเศษ หรือจนกระทั้งกองทุนเงินเดือนสำหรับผู้นำระบบสูงๆ เป็นต้น

แผนการตลาดแบบขั้นบันได ส่วนมากจะตั้งราคาขายกันที่ประมาณ 1 -2 เท่าตัวของราคาสินค้ากัน หรือมากกว่านี้อีกเล็กน้อย แผนการตลาดจึงมีรูปแบบที่เรียบง่าย

     1.3  แผนการตลาดแบบยูนิเลฟเวลหรือแผนการตลาดแบบระดับชั้น จะคิดคำนวณโบนัสแบบรายชั้นเรียงกันเป็นระดับชั้นลงไปเรื่อยๆ ส่วนมากจะคิดคำนวณโบนัสให้เหล่าสมาชิกและแม่ทีม แบบรายเดือนซะเป็นส่วนมาก คราวนี้มาพูดถึงข้อดีและข้อเสียของแผนการตลาดแบบนี้กัน เพราะมีหลายๆ คน ชอบดูถูกแผนการตลาดแนวนี้ และชอบมองว่าแผนการตลาดแบบนี้โบราณมากๆ ได้เงินช้า แผนการตลาดไม่ดี ไม่มีสีสรรอะไรเลย แต่ความจริงหาเป็นอย่างนั้นไม่ หลายบริษัทที่นำแผนการตลาดแนวนี้มาใช้ แอบประสบความสำเร็จกันแบบมากมาย และหนำซ้ำบริษัทฯ ก็มั่นคงมากๆ ด้วยด้วยแหละ

ข้อดี:
      -  บริษัทฯ ที่นำแผนการตลาดแนวนี้มาใช้ แล้วสามารถเดินงานได้ประสบความสำเร็จ ก็จะมีความมั่นคงมากๆ เลย (จากการสัมภาษณ์จริงมา) บางบริษัทฯ ถึงกับบอกว่า แทบผลิตสินค้าขายมาขายให้กับสมาชิกไม่ทันเลย เพราะว่า ถ้าแผนการตลาดแนวนี้ยิ่งมีมวลสมาชิกเข้ามาร่วมงานมากๆ แล้ว ส่วนมากจะไม่ค่อยถอยหนีไปทำกับบริษัทฯ อื่นๆ อีกเลย เพราะว่าอะไรเหรอ? ก็เพราะว่า ทางบริษัทที่เปิดแผนการตลาดแนวนี้ขึ้นมาในตอนแรกๆ ก็ ไม่ได้คิดเน้นเรื่องความแรงของแผนการตลาดเลย(จึงแทบไม่มีคุ่แข่งเรื่องแผนฯ เลย) ส่วนมากจะเน้นที่ตัวสินค้าและการขายสินค้าซะมากกว่า เมื่อเริ่มมีสมาชิกหลั่งไหลเข้ามามากๆ แล้ว บริษัทฯ ก็จะได้เหล่าสมาชิกที่มีแนวความคิดที่รักในตัวสินค้าคล้ายๆ กัน มาอยู่รวมกันด้วยความพึงพอใจในทิศทางเดียวกัน ก็ทำให้บริหารยอดขายได้ง่ายมาก

      -  ถึงหลายๆ คน อาจจะดูว่าแผนการตลาดแนวนี้ค่อนข้างโบราณหรือไม่ค่อยทันสมัยเลย แต่ถ้าใครรู้จักปรับกลยุทธของแผนการตลาดให้ดีขึ้น ให้ลงตัวยิ่งๆ ขึ้น ก็เป็นแผนการตลาดที่ดีมากเลย และเป็นแผนการตลาดที่สามารถสร้างยอดขายให้กับทางบริษัทฯ มาแล้ว มากว่าเดือนละ 10 ล้านบาท, แม้กระทั้งเดือนละ 100 ล้านบาท และยอดขายเพิ่มขึ้นแล้วก็ไม่ค่อยตกอีกซะด้วย แผนการตลาดแนวนี้ ถ้าเปรียบไปแล้ว ก็เหมือน "น้ำนิ่ง แต่ไหลลึก" ก็คือดูไม่ค่อยแรงเลย แต่จริงๆ สร้างยอดขายได้อย่างมากมาย

      -  แผนการตลาดแนวนี้ (ยูนิเลฟเวล) ไม่ค่อยสิ้นเปลืองในงบของการประชุมเท่าไร เพราะไม่ได้เน้นการโมติเวฯ ไปที่แผนการตลาดสัก จะให้ตัวแผนการตลาดเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการจ่ายผลตอบแทน แต่จะไปเน้นที่การสร้างความเข้าใจที่ตัวสินค้าเป็นหลัก จึงมีเหล่ามวลสมาชิกใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อเรื่องสินค้า และมียอดซื้อสินค้าซ้ำที่มีอัตราสูงมาก ที่ชัดเจนที่สุดก็ว่าได้

      - ข้อดีอีกของแผนการตลาดนี้อีกอย่าง (ยูนิเลฟเวล) เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จะมีกลุ่มแม่ทีมที่มีคุณธรรมจะค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาตลอด ก็เพราะด้วยแนวทางของแผนการตลาดแนวนี้จะเน้นที่การที่รักในตัวสินค้า ทำให้ทางบริษัทไม่ค่อยปวดหัวเรื่องการแย่งทีมงานกัน(ด้วยความโลภ)

      -  บริษัทฯ สามารถเตรียมงานประชุมได้ง่าย เพราะรอบการคำนวณโบนัสของแผนแนวนี้ ส่วนมากจะคำนวณแค่เดือนละ 1 ครั้ง ทำให้ทางบริษัทฯ สามารถวางตารางในการประชุมได้โดยง่ายและสะดวก อ๊อฟฟิตของบริษัทฯ และห้องประชุมในบริษัทฯ สมาชิกส่วนมากก็จะมาจองใช้กันแบบเป็นระเบียบ ค่าใช้จ่ายในสำนักงานก็ไม่ค่อยบานปลาย

      -  แผนกาตลาดแนวยูนิเวฟเวล ถ้าใครสามารถนำเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง การโรอัพโบนัส การให้กองทุนต่างๆ และคิดโปรโมชั่นดีๆ แรงๆ และเสริมการจ่ายโบนัสแบบรายวัน รายสัปดาห์เข้าไปอีกในแผนการตลาด เพื่อปรับความแข็งแกร่งของแผนการตลาดจนมีความลงตัวดียิ่งขึ้น ก็จะทำให้แผนการตลาดที่มีอนุภาพมาก อีกทั้งยังน่าทำมากอีกด้วย เปรียบเทียบแล้วไม่แพ้แผนการตลาดแนวอื่น(ในข้อ1) ที่เป็นแผนฯ ยอดนิยมในปัจจุบันเลย

ข้อเสีย:

      -  ถ้าออกแบบแผนฯ (ยูนิเลฟเวล) ไม่ค่อยดี ไม่มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้แผนการตลาดแนวนี้ จืดชืดไม่น่าทำเอาเสียเลย 55+ แต่.. ก็ยังพอ ทำยอดขายได้แบบเงียบๆ..ได้บ้าง แหละ
      -  พอเอาแผนการตลาดแนวนี้ (ยูนิเลฟเวล) ไปพรีเซ้น กับคนที่ชอบแผนการตลาดแนวไบนารี่ เค้าก็จะไม่ค่อยสนใจฟังเอาซะเลย กับจะร้องว่า อี้... ไม่ทำหรอก แผนการตลาดแบบรายเดือน จ่ายก็เงินช้า เสียเวลาทำเปล่าๆ


     1.4  แผนการตลาดแบบกระดานวนเวียน โดยใช้ระบบออโต้รัน และเรื่องของออโต้ชิปร่วมกัน (ว่างๆ จะมาพิมพ์เพิ่มให้อีกนะ..embarassed)


     1.5  แผนการตลาดแบบบล๊อกโครงสร้าง

     1.6  แผนการตลาด แบบไบนารี่ ผสมแผนยูนิเลฟเวล และเสริมด้วยระบบออโต้ชิป หรือออโต้รันเข้าร่วมด้วย

     1.7  แผนการตลาดแบบผสผสานกัน ...


     1.8  แผนการตลาดแนวมันนี่เกมส์ หรือแผนการตลาดยั้วยวนกิเลสมนุษย์ แนวทางจะดูสวยหรู เน้นการชวนเชื่อทำให้เกิดความหลงใหล (ของฟรีไม่มีในโลก) แต่ในทางปฎิบัตินั้นไม่มีความมั่นคงยั่งยืนเลย เหมาะกับผู้ที่เข้าไปเริ่มธุรกิจในระยะสั้นๆ แล้วรีบชิ่งหยุดทำทันทีเมื่อมีกำไรในรอบแรกๆ  ส่วนสมาชิกที่มาหลังๆ หรือท้ายๆ ก็จะกลายเป็นเหยื่อหรือผู้เสียหายเท่านั้น ที่ไม่รู้เท่าทันเกมส์โกง จะมีใครในโลกนี้บ้าง ที่รู้วิธีสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาล แต่กลับไม่ไปชักชวนญาติพี่น้องของตัวเองมาลงทุน แต่..กับมาเปิดบริษัทแล้วชักชวนคนแปลกหน้ามาให้มาร่ำรวยกันแบบง่ายๆ มีด้วยเหรอเรื่องแบบนี้ บนโลกใบนี้  ขนาดการเล่นหุ้นยังมีความเสียงเลย.. เห็นแต่บริษัทแนวนี้เปิดๆ ปิดๆ กันอยู่เรื่อยๆ แต่ในที่สุด ก็มีเหยื่อให้เห็นกันอยู่ตลอดเวลาไม่จบสิ้น (แผนการตลาดแนวนี้ผิดกฎหมาย ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง มีคุกมีตะรางอยู่ข้างหน้า ณ.ปลายทาง)

 ลักษณะของแผนการตลาด ?

 




หมายเหตุ: ห้ามผู้ใดก๊อปปี้ข้อความและเนื้อหาแม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่งนำไปเผยแพร่เป็นข้อความของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็จขาด ตามกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์

**รับจ้างคิดแผนการตลาด รับออกแบบแผนการตลาด รับงานที่ปรึกษาวางระบบวางงานในบริษัทขายตรง รับจัดหาสินค้าคุณภาพสูง ให้บริษัทขายตรงที่กำลังจะเปิดกิจการขายตรงใหม่ ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว

Tel: O8O-787-O8O5  (หยุดวันอาทิตย์)

------ pearleus